ที่เที่ยวจันทบุรี

น้ำตกพลิ้ว จังหวัดจันทบุรี

หนึ่งในน้ำตกที่มีชื่อเสียงมาอย่างยาวนาน "น้ำตกพลิ้ว" จันทบุรี

น้ำตกพลิ้ว จันทบุรี
น้ำตกพลิ้ว จันทบุรี (รูปจาก https://th.wikipedia.org/wiki/อุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว)

สวัสดีครับ แหมถ้าพูดถึงที่เที่ยวจันทบุรี ในแนวแบบน้ำตก ซู่ซ่า เย็นฉ่ำ มองเห็นน้ำหล่นลงกระทบก้อนหินเป็นไอระอองน้ำเย็นๆ แล้วล่ะก็ (สำหรับคนเบื่อทะเล) บทความนี้พาไปที่จันทบุรีครับ เพราะที่จันทบุรีนอกจากทะเลแล้ว ก็มีน้ำตกอยู่มากมายหลายที่ที่มีชื่อเสียง แต่ในบทความนี้ มีเรื่อง “น้ำตกพลิ้ว” เพียวๆ ไม่มีแมวเหมียวมาผสมครับ…

เอาล่ะ ! มาเว่ากันซื่อๆเลยว่า น้ำตกพลิ้วนั้นเป็นน้ำตกที่มีชื่อเสียงมากที่หนึ่งนะครับ ในจังหวัดจันทบุรี นอกจากนี้ก็ยังเป็นน้ำตกที่เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้วด้วยล่ะครับ

อุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว มีพื้นที่ครอบคลุมท้องที่อำเภอเมือง อำเภอแหลมสิงห์ อำเภอขลุง และอำเภอมะขาม จังหวัดจันทบุรี ประกอบด้วยป่าที่สมบูรณ์ เทือกเขาสูงสลับซับซ้อนเป็นแหล่งต้นน้ำลำธารหลายสาย และมีเอกลักษณ์ทางธรรมชาติ คือ น้ำตกพลิ้วที่สวยงาม มีน้ำตกตลอดปี เป็นที่รู้จักของประชาชนทั่วไป ซึ่งอยู่ห่างจากจังหวัดจันทบุรีประมาณ 14 กิโลเมตร ถนนลาดยางตลอดสายทำให้สะดวกสบายในการไปเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจ มีเนื้อที่ประมาณ 134.50 ตารางกิโลเมตร หรือ 84,062.50 ไร่  

มาดูประวัติความเป็นมาของ อุทธยานแห่งชาติน้ำตกพลิ่วกันก่อนครับ

ความเป็นมา : ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2502 ให้กำหนดป่าเขาสระบาป จังหวัดจันทบุรี และป่าอื่นๆ ในท้องที่จังหวัดต่างๆ รวม 14 ป่า เป็นอุทยานแห่งชาติ ในขั้นแรกกรมป่าไม้ได้กำหนดพื้นที่ที่ดินป่าน้ำตกพลิ้ว-เขาสระบาป ให้เป็นป่าสงวนแห่งชาติในปี พ.ศ. 2505 ออกตามพระราชบัญญัติคุ้มครองและสงวนป่า พุทธศักราช 2481 ลงวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2504 และในปี พ.ศ. 2515 ได้ดำเนินการพัฒนาและปรับปรุงบริเวณน้ำตกพลิ้ว จัดตั้งเป็นวนอุทยานน้ำตกพลิ้ว อยู่ในความควบคุมดูแลของสำนักงานป่าไม้จังหวัดจันทบุรี

ในคราวประชุมคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2517 เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2517 ได้มีมติให้รีบดำเนินการประกาศพื้นที่ป่าที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2502 เป็นอุทยานแห่งชาติโดยเร็ว และจังหวัดจันทบุรีได้มีหนังสือด่วนมาก ที่ จบ.09/1401 ลงวันที่ 31 มกราคม 2517 ขอให้กรมป่าไม้ส่งเจ้าหน้าที่ไปประจำวนอุทยานน้ำตกพลิ้ว เพื่อปรับปรุงให้เป็นไปตามหลักการจัดการวนอุทยาน ประกอบกับในปี 2517 กองอุทยานแห่งชาติมีแผนงานจัดบริเวณดังกล่าวเป็นอุทยานแห่งชาติ ดังนั้นในเดือนมีนาคม 2517 กรมป่าไม้จึงมีคำสั่งที่ 360/2517 ลงวันที่ 28 มีนาคม 2517 ให้นายสินไชย บูรณะเรข นักวิชาการป่าไม้ตรี และนายประชุม ตัณยะบุตร พนักงานโครงการชั้น 2 ไปทำการสำรวจหาข้อมูลบริเวณป่าน้ำตกพลิ้ว เขาสระบาป ในท้องที่จังหวัดจันทบุรี ปรากฏว่า บริเวณดังกล่าวประกอบด้วยเทือกเขาสลับซับซ้อน เป็นต้นน้ำลำธาร เช่น น้ำตก หน้าผา ถ้ำ ตามหนังสือรายงานผลการสำรวจ ที่ กส 0708(อส)/7 ลงวันที่ 28 มิถุนายน 2517

กรมป่าไม้ได้นำเสนอคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ ซึ่งมีมติในคราวประชุมครั้งที่ 6/2517 เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2517 เห็นชอบให้กำหนดที่ดินบริเวณดังกล่าวเป็นอุทยานแห่งชาติ โดยได้มีพระราชกฤษฎีกากำหนดบริเวณที่ดินป่าน้ำตกพลิ้ว-เขาสระบาป ในท้องที่ตำบลพลับพลา ตำบลคลองนารายณ์ ตำบลคมบาง อำเภอเมืองจันทบุรี ตำบลพลิ้ว อำเภอแหลมสิงห์ ตำบลมะขาม อำเภอมะขาม และตำบลมาบไพ ตำบลวังสรรพรส ตำบลตรอกนอง ตำบลซึ้ง ตำบลตะปอน ตำบลเกวียนหัก อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี ให้เป็นอุทยานแห่งชาติ โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 92 ตอนที่ 87 ลงวันที่ 2 พฤษภาคม 2518 เป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 11 ของประเทศไทย โดยใช้ชื่อว่า ” อุทยานแห่งชาติเขาสระบาป “

ต่อมานายผจญ ธนมิตรามณี หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาสระบาป ได้มีหนังสือ ที่ กษ 0708 (สบ)/พิเศษ ลงวันที่ 1 มีนาคม 2525 ขอเปลี่ยนชื่ออุทยานแห่งชาติเขาสระบาปเป็นอุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว เนื่องจากน้ำตกพลิ้วเป็นน้ำตกที่มีความสวยงามตามธรรมชาติเป็นจุดเด่นของอุทยานแห่งชาติ เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวและประชาชนโดยทั่วไปเป็นเวลานานแล้ว ซึ่งคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติได้มีมติในคราวประชุมครั้งที่ 3/2525 เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2525 เห็นชอบให้เปลี่ยนชื่อเป็น ” อุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว “

การเดินทาง
สามารถใช้เส้นทางสายกรุงเทพ-ตราด เลี้ยวซ้ายที่ทางแยกตรงหลักกิโลเมตรที่ 347 ไปยังที่ทำการอุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้วประมาณ 2 กิโลเมตร อุทยานแห่งชาติฯ อยู่ห่างจากตัวเมืองจันทบุรี 14 กิโลเมตร และอยู่ห่างจากตัวเมืองตราด 55 กิโลเมตร


โอเคเมื่อเรารู้จัก อุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้วพอสมควรแล้ว เรามาลองดูกันครับว่า เมื่อเราเดินขึ้นไปเที่ยวน้ำตกพลิ้วนั้น เราจะได้พบเจอจุดท่องเที่ยวสำคัญๆ อะไรบ้าง นอกจากเจอชั้นน้ำตกในแต่ละชั้นแล้ว มาดูกันครับ

จุดท่องเที่ยวสำคัญๆ ในบริเวณน้ำตกพลิ้วครับ

จุลศิรจุมพฏเจดีย์

เดิมชื่อ อลงกรณ์เจดีย์ สร้างด้วยศิลาแลงเมื่อ
พ.ศ. 2419 โดยพระบาทสมเด็จ
พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดให้สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ระลึกในการเสด็จประพาสน้ำตกพลิ้วพร้อมกับพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ ทั้งสองพระองค์ทรงโปรดปรานน้ำตกพลิ้วมาก

สุนันทานุสาวรีย์

เดิมชื่อ ปิรามิดพระนางเรือล่ม
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดให้ สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2424
เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งความรักและความอาลัยของพระองค์ที่ทรงมีต่อพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์หลังจากพระนางเสด็จฑิวงคตจากอุบัติเหตุเรือพระประเทียบล่มในแม่น้ำเจ้าพระยาภายในบรรจุพระอังคารส่วนหนึ่งไว้

ส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ

ระยะทางประมาณ 1.2 กิโลเมตร
จุดเริ่มต้นอยู่ตรงข้ามกับที่ทำการอุทยานฯ
นักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปเดินศึกษาธรรมชาติในเส้นทางด้วยตนเองในเส้นทาง
มีจุดศึกษาธรรมชาติ 11 จุดซึ่งในแต่ละจุ
ดจะมีป้ายสื่อความหมายธรรมชาติติดตั้งไว้ หรือจะขอรับเอกสารแผ่นพับและเจ้าที่เดิน
นำศึกษาธรรมชาติที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว (กรณีสถานศึกษาหรือมาเป็นกลุ่มคณะ)
จุดสิ้นสุด อยู่บริเวณด้านหน้าอลงกรณ์
เจดีย์ ใช้เวลาเดินประมาณ 1 ชั่วโมง

ปลาพลวงหิน

เป็นปลาที่อาศัยอยู่ในลำธารธรรมชาติที่
มีน้ำใสไหลตลอดปีเป็นปลากินพืช ขนาดตัวยาวประมาณ 50 เซนติเมตรในลำธารและอ่างน้ำของน้ำตกพลิ้วมีฝูงปลาพลวงอาศัย
อยู่เป็นหมื่นตัว สร้างความตื่นตาตื่นใจแก่
นักท่องเที่ยวที่ได้มาพบเห็นและนิยมที่จะนำผักให้เป็นอาหารปลา

จุดชมวิวและสถานที่กางเต็นท์

จากที่ทำการอุทยานแห่งชาติขึ้นไปตามเส้นทางลาดยางค่อนข้างชัน มีระยะทางประมาณ 250 เมตร สามารถมองเห็น ทัศนียภาพอันงดงามของชายหาดแหลมสิงห์ และชมพระอาทิตย์ตกทะเลยามเย็นในบริเวณนี้อุทยานฯได้จัดสถานที่ไว้สำหรับให้นักท่องเที่ยวได้กางเต็นท์พักแรม

เป็นยังไงกันบ้างครับ กับข้อมูลของสถานที่ท่องเที่ยวที่ชื่อว่า “น้ำตกพลิ้ว” ในคราวหน้าเราจะมาอัพเดทข้อมูลรีวิวเพิ่ม และพร้อมกับรูปสวยๆ ที่น้ำตกพลิ้วให้ทุกคนได้ดูเป็นข้อมูลก่อนเดินทางไปเที่ยวน้ำตกพลิ้วกันนะครับครับ 

Tags
Show More

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Back to top button
Close
Close